~Meaw & More~

Icon

Reactive blogger (~and more~)

Puea Thai induced laundry day, but will it lead to impeachment?

Bangkok Post:

By:
Published: 12/02/2009 at 12:00 AM
Newspaper section: NewsPrime Minister Abhisit Vejjajiva has denied receiving an illegal 250 million baht donation from former Matchimathipataya leader Prachai Leophairatana. The donation is among claims the opposition is preparing to ”expose” in a no-confidence debate against the government.

The opposition will also file a motion seeking the impeachment of the prime minister, a move the biggest opposition party, Puea Thai, believes will deliver a knock-out blow to the Democrat-led government.

But Mr Abhisit yesterday insisted there was no donation to ”me or my close aides”.

Deputy Prime Minister and Democrat secretary-general Suthep Thaugsuban also insisted no donation had been made.

Election Commission member Sodsri Sattayatham yesterday said the EC would look into the allegation as soon as it received a complaint.

The EC would seek the cooperation of the Anti-Money Laundering Office to follow the money trail if a complaint was made.

The accusation was first aired last December when United Front of Democracy against Dictatorship leader Nattawut Saikua accused the Democrat party of receiving a 250 million baht donation from cement giant TPI Polene Plc, founded by Prachai Leophairatana.

Political parties are barred from receiving donations from individuals or companies of more than 10 million baht a year.

TPI allegedly transferred money to the party through a small printing company.

Among TPI’s executives are Taikorn Polsuwan, a member of the Democrat party. Mr Taikorn is said to be a close aide of Mr Suthep.

”That [printing] company does exist, but it was only hired to make advertising boards for the party during election campaigns,” said Democrat party-list MP Nipon Boonyamanee.

The company’s offices are in a two-storey townhouse in Pathum Thani’s Lam Luk Ka district. Media reports say the company, which was registered in October 2000, was later declared bankrupt by the Central Bankruptcy Court.

While Matichon already name the name “Mezziah”[sic, eh?] and clearly elaborate the connection

เงินจำนวน 250 ล้านบาท ที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยและเจ้าของบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด(มหาชน)ยอมรับว่า จ่ายให้แก่บริษัทเมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เพื่อเป็นค่าจ้างโฆษณา อาจทำให้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนต้องตกอยู่ในฐานะลำบากเพราะเอกสาร”ลับ”เส้นทางเงินบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า มีการนำเงินเข้าบัญชีญาติพี่น้องของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อย่างน้อย 5 คนเป็นเงินนับสิบล้านบาท

In short the money Prachai from ex-machima party paid “Mezziah Business Creation Co., Ltd.” the sum of 250 M. The company was reported to be bankrupted in 2008 yet read the report further an you will find that the handsome amount of income had been very lucrative.

ในปี 2547 ซึ่งเป็นปีแรกที่พบว่า อ้างว่ามีการว่าจ้างบริษัททำโฆษณาทำให้มีรายได้รวมถึง 152,190,943.83 บาท

ขณะที่ปี 2546 มีรายได้ 8,242,627.60บาท ปี 2545 มีรายได้ 6,513,795.54 ปี 2544 มีรายได้ 9,315,128.88 และปี 2543 มีรายได้เพียง 5,220,999.10 บาท

จากเอกสารระบุว่าบุคคลชื่อ”ประจวบ”เป็นผู้นำเงินฝากผ่านบัญชีถึง 68 ครั้งจาก 75 ครั้ง คำถามคือ เป็นคนเดียวกับนายประจวบ สังขาว กรรมการบริษัท เมซไวอะะฯหรือไม่

ส่วนผู้นำเงินเข้าบัญชีคนอื่นได้แก่ ประมูล หอมหวล ณัฐพล จิรวิสุทธิกุล มานพ นาสุวรรณ

สำหรับผู้ที่รับเงินปลายทาง เอกสารของพรรคเพื่อไทยอ้างว่า แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆคือ

หนึ่ง กลุ่มคนใกล้ชิดของนายประจวบ เช่น นายณัฐพล จิรวิสุทธิกุล, นายประมูล,นายสวัสดิ์ สังขาว, นายปัญญา ประสงค์ ฯลฯรวมแล้วหลายสิบล้านบาทและเป็นเงินส่วนใหญ่

สอง กลุ่มใกล้ชิด ส.ส.แบบสัดส่วนทางภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคในช่วงที่มีการโอนเงิน เช่น นางมาลีน้องสาว ส.ส. รับไป 10 ล้านบาท นายนูญ เป็นข้าราชการครู แต่ ใกล้ชิด ส.ส. รับไป 3.6 ล้านบาทเศษ นายจักรริน ถือหุ้นบริษัทเดียวกับ ส.ส. 3.1 ล้านบาท

สาม กลุ่มใกล้ชิด ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์รายหนึ่ง(ใกล้ชิดกับ ส.ส.แบบสัดส่วน) ได้แก่ อาภาพร น้องสาว ส.ส. รับไป 3.6 ล้านบาท สมศักดิ์ ญาติ ส.ส.เจ้าของแพปลา รับไป 1.8 ล้านบาท นายอัฎฐกร พระธาตุ รับไป 3.6 ล้านบาท

นายอัฎฐกร พระธาตุ กล่าวกับ”มติชนออนไลน์”ว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้มาสอบปากคำตนไปแล้ว ช่วงขณะที่ได้รับเงินโอนนั้นทำงานอยู่กับ”น้าอู๊ด” หรือ”สมศักดิ์”ซึ่งเป็นเจ้าของแพปลา เมื่อได้รับเงินก็นำไปให้นายสมศักดิ์ต่อ แต่ไม่ทราบว่านายสมศักดิไปใช้ทำอะไร

ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ นอกจากมีเงินส่วนหนึ่งไหลเข้าบัญชีญาติพี่น้องของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แล้ว จะโยงถึงตัวพรรคได้อย่างไร

เพราะเมื่อดูท่าทีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรมากนักเพราะช่วงที่มีการโอนเงินเข้ากระเป๋า ส.ส.พรรคนั้นเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2548 ที่มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นเลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อดีต ส.ส.สงขลา เป็นรองเลขาธิการพรรค

ทั้งนี้เป็นที่รู้กันดีว่า ในขณะนั้นกลุ่มนายบัญญัติและกลุ่มนายสุเทพต่างช่วงชิงอำนาจกันในพรรคกันอย่างดุเดือด

การงัดเรื่องปมเงิน 250 ล้านบาทมาเล่นกันในครั้งนี้ อาจเข้าทางของนายสุเทพ เทือกสุบรรณโดยบังเอิญก็เป็นได้ เว้นแต่มีหลักฐานบางอย่างโยงว่า ผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันมีส่วนเกี่ยวข้องไมาทางใดก็ทางหนึ่ง

Puea Thai had used this topic as another exposure of what had been going on under the carpet. Umm, I like Matichon’s analysis, that’s why Abhisit is so certain that it was not for “me or my close aides,” because at that time, Banyat was taking care of the business. The man from Surat is not a piece of cake. Impeachment and DSI investigation of money laundering are completely different counts.

Advertisements

Filed under: Political Sciences, , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: